Accreditation

JCI-FMS for Cleaning outsource

By  | 

ยกระดับธุรกิจทำความสะอาดของคุณสู่มาตรฐานโรงพยาบาลระดับสากล ด้วยการทำความเข้าใจ JCI-FMS โดย SEA Consulting

ในยุคปัจจุบันที่อุตสาหกรรมการแพทย์และโรงพยาบาลในประเทศไทยมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด โรงพยาบาลชั้นนำต่างมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพการให้บริการและความปลอดภัยของผู้ป่วยให้ทัดเทียมระดับสากล หนึ่งในมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับสูงสุดทั่วโลกคือมาตรฐาน JCI (Joint Commission International) ซึ่งเป็นเครื่องการันตีคุณภาพและความปลอดภัยของโรงพยาบาล

สำหรับ “บริษัทผู้ให้บริการทำความสะอาด” (Cleaning Outsource) นี่คือ “โอกาสทอง” และในขณะเดียวกันก็เป็น “ความท้าทายครั้งใหญ่” เพราะการรับงานบริการทำความสะอาดในโรงพยาบาลที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI นั้น ไม่ใช่เพียงแค่การทำความสะอาดให้พื้นที่ดูเงางามเหมือนอาคารสำนักงานทั่วไป แต่จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยง การควบคุมการติดเชื้อ และความปลอดภัยทางกายภาพ หากบริษัททำความสะอาดของคุณสามารถปฏิบัติงานได้สอดคล้องกับมาตรฐาน JCI สิ่งนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและขยายส่วนแบ่งทางการตลาดในกลุ่มโรงพยาบาลชั้นนำได้อย่างมหาศาล

SEA Consulting ในฐานะบริษัทที่ปรึกษาและสถาบันฝึกอบรมชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านมาตรฐานคุณภาพ ขอแนะนำให้ท่านรู้จักกับมาตรฐาน JCI-FMS (Facility Management and Safety) และหลักสูตรที่จะเปลี่ยนบริษัททำความสะอาดของคุณให้กลายเป็น “พันธมิตรเชิงกลยุทธ์” ที่โรงพยาบาลระดับสากลขาดไม่ได้


ทำความรู้จักกับมาตรฐาน JCI และมุมมองที่เปลี่ยนไปของโรงพยาบาล

The Joint Commission International (JCI) เป็นองค์กรอิสระจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ดำเนินงานมายาวนานกว่า 75 ปี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลรักษาผู้ป่วยในสถานพยาบาลทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง มาตรฐาน JCI ได้รับการยอมรับในกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

ในอดีต มุมมองด้าน “ผลการรักษาพยาบาล” มักถูกฝากไว้กับแพทย์และพยาบาลเท่านั้น แต่แนวคิดของ JCI เจาะลึกไปถึง “คุณภาพการรักษาพยาบาลทั้งระบบ” โดยคำนึงถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ให้การรักษา ซึ่งรวมถึง “อาคาร สถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก เครื่องมือ และอุปกรณ์” ไปจนถึงบุคลากรทุกส่วนในโรงพยาบาล (ไม่จำกัดเฉพาะแพทย์หรือพยาบาล)

ความท้าทายสูงสุดของโรงพยาบาลคือ การธำรงรักษามาตรฐาน JCI ไว้อย่างยั่งยืน หากบุคลากรหรือแม้แต่พนักงานทำความสะอาดที่มาจากบริษัท Outsource ทำงานโดยขาดความเข้าใจ ทำไปเพียงเพราะต้องทำตามคำสั่งโดยปราศจากจิตสำนึกถึงผลกระทบต่อผู้ป่วย รอบของการรักษาระบบคุณภาพก็จะสั้นมาก โรงพยาบาลบางแห่งถึงขั้นต้องถอดป้ายการรับรองคุณภาพลงเพราะผู้บริหารไม่สามารถธำรงรักษาระบบคุณภาพไว้ได้ ซึ่งส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของโรงพยาบาล ดังนั้น โรงพยาบาลในปัจจุบันจึงคัดเลือกบริษัท Outsource อย่างเข้มงวด โดยมองหาบริษัทที่มีความเข้าใจในมาตรฐาน JCI อย่างถ่องแท้


ทำไมบริษัททำความสะอาดต้องรู้ลึกเรื่อง JCI-FMS?

FMS (Facility Management and Safety) หรือ การจัดการสิ่งอำนวยความสะดวกและความปลอดภัย เป็นหนึ่งในบทที่สำคัญที่สุดของมาตรฐาน JCI ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจรับจ้างทำความสะอาด

การบริหารจัดการ FMS มุ่งเน้นไปที่การลดและควบคุมภยันตรายและความเสี่ยง ป้องกันอุบัติเหตุ การบาดเจ็บ และดูแลให้เกิดสภาวะที่ปลอดภัยสำหรับผู้ป่วย ญาติ พนักงาน และผู้รับบริการ โดยแบ่งการจัดการออกเป็น 6 ด้านหลัก ซึ่งล้วนมีจุดที่พนักงานทำความสะอาดต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ได้แก่:

  1. ความปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัย (Safety and Security): พนักงานทำความสะอาดต้องทำงานในพื้นที่ที่เสี่ยงต่ออันตราย ต้องเข้าใจระดับของอาคาร สภาพพื้นที่ และต้องเป็นหูเป็นตาในการป้องกันการสูญหายหรือการเข้าถึงพื้นที่หวงห้ามโดยผู้ไม่มีอำนาจ
  2. วัตถุอันตราย (Hazardous Materials): นี่คือหัวใจสำคัญของงานทำความสะอาดในโรงพยาบาล พนักงานต้องมีความรู้ในการจัดการ การจัดเก็บ และการใช้น้ำยาทำความสะอาดซึ่งถือเป็นสารเคมี รวมถึงต้องรู้วิธีจัดการกับขยะอันตรายและขยะติดเชื้ออย่างปลอดภัย
  3. การจัดการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management): พนักงานทำความสะอาดต้องเข้าใจรหัสฉุกเฉิน (CODE) ของโรงพยาบาล และรู้ว่าต้องปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ หรือโรคระบาด
  4. ความปลอดภัยด้านอัคคีภัย (Fire Safety): การป้องกันทรัพย์สินและผู้คนจากอัคคีภัย พนักงานต้องรู้เส้นทางหนีไฟและการปฏิบัติตนเมื่อเกิดควันไฟ
  5. อุปกรณ์ทางการแพทย์ (Medical Equipment): พนักงานต้องระมัดระวังในการทำความสะอาดพื้นที่ที่มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ราคาสูง เพื่อลดความเสี่ยงในการทำให้เครื่องมือชำรุด
  6. ระบบสาธารณูปโภค (Utility Systems): การทำความสะอาดต้องไม่ไปกระทบต่อระบบไฟฟ้าหรือระบบน้ำที่สำคัญของโรงพยาบาล

ธุรกิจการทำความสะอาดในโรงพยาบาลเป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงในการเกิดอันตรายจากการทำงานได้ง่าย หากขาดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง พนักงานของคุณอาจสัมผัสกับสารคัดหลั่ง สารเคมี หรือเข็มฉีดยาโดยไม่ตั้งใจ การประยุกต์ใช้มาตรฐาน FMS จะช่วยอุดช่องโหว่ความเสี่ยงเหล่านี้ได้ 100%


มาตรฐานอื่นๆ ของ JCI ที่เชื่อมโยงกับงานทำความสะอาด

นอกจาก FMS แล้ว มาตรฐาน JCI ยังมีบทอื่นๆ ที่พนักงานระดับปฏิบัติการและระดับหัวหน้างาน (Supervisor/Site Manager) ของบริษัททำความสะอาดต้องรู้ ได้แก่:

  • PCI (Prevention and Control of Infections) – การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ: มาตรฐานนี้กำหนดให้องค์กรต้องลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ พนักงานทำความสะอาดต้องปฏิบัติตามนโยบายการทำความสะอาดพื้นผิวและอาคารสถานที่ การจัดการขยะติดเชื้อ การแยกประเภทของขยะ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเอง (PPE) อย่างถูกต้อง รวมถึงเทคนิคการทำความสะอาดสารคัดหลั่งและสารเคมี
  • SQE (Staff Qualifications and Education) – คุณวุฒิและการศึกษาของพนักงาน: โรงพยาบาลที่ได้ JCI จะต้องมั่นใจว่าพนักงานทุกคน รวมถึงพนักงาน Outsource ได้รับการประเมินคุณสมบัติ มีการปฐมนิเทศ และได้รับการฝึกอบรมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ดังนั้นบริษัทของคุณต้องมีระบบยืนยันความรู้ความสามารถของพนักงานที่ส่งไปทำงานในโรงพยาบาล
  • QPS (Quality Improvement and Patient Safety) – การพัฒนาคุณภาพและความปลอดภัยของผู้ป่วย: การทำงานต้องมีการชี้วัดคุณภาพ หรือ KPI (Key Performance Indicator) โดยประยุกต์ใช้ BSC (Balanced Scorecard) ในการจัดทำตัวชี้วัด เพื่อให้โรงพยาบาลสามารถติดตามตรวจสอบประสิทธิภาพงานทำความสะอาดได้อย่างเป็นระบบ

ทางออกของคุณ: หลักสูตรอบรม “JCI for Outsource” โดย SEA Consulting

การเข้าไปรับงานในโรงพยาบาลระดับ JCI ไม่ใช่เรื่องของการยื่นเสนอราคาที่ถูกที่สุดอีกต่อไป (Bidding) แต่คือการนำเสนอ “ความรู้ ความเข้าใจ และความเป็นมืออาชีพ” (Proposal) ว่าบริษัทของคุณจะช่วยแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลได้อย่างไร

เพื่อให้บริษัททำความสะอาดของคุณก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาด Healthcare บริษัท เอส อี เอ คอนซัลติ้ง จำกัด (SEA Consulting) ได้ออกแบบหลักสูตรฝึกอบรม “มาตรฐานการบริหารจัดการสถานพยาบาล สำหรับ Outsource (JCI for Outsource)” ขึ้นมาโดยเฉพาะ

หลักสูตรนี้มุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายคือ หัวหน้างาน ผู้บังคับบัญชา ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ผู้จัดการไซต์งาน (Supervisor – Site Manager) ของบริษัทรับจ้างทำความสะอาดและ Outsource อื่นๆ โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ:

  1. เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีประสิทธิภาพสูงสุดในการให้บริการด้านงานโรงพยาบาล
  2. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันกับบริษัทอื่นๆ ที่ให้บริการในโรงพยาบาล
  3. เพื่อขยายการตลาดของบริษัท สอดรับกับงานด้านการทำความสะอาดในโรงพยาบาลที่กำลังขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรแบบเจาะลึก (Intensive 90 ชั่วโมง)

การอบรมของเราได้รับการออกแบบมาอย่างเข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ (Workshop) โดยครอบคลุม 30 Sessions ตลอดระยะเวลา 15 วัน (รวม 90 ชั่วโมง) นำทีมโดยคณะวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจาก SEA Consulting นำโดย ดร.ภูษิต เก็จมยูร, ดร.นพพร สอนสม, ภญ.สิรินภรณ์ ลิ่มวงศ์, คุณธัชพนธ์ โชคสุชาติ, คุณสุชีรา มานพ และคุณไกรสร เก่งสกุล เนื้อหาวิชาที่สำคัญ ได้แก่:

  1. ภาพรวมของมาตรฐาน JCI และความสำคัญ: ปูพื้นฐานให้พนักงานเข้าใจว่าเหตุใด JCI จึงสำคัญต่อความอยู่รอดของโรงพยาบาล
  2. คำศัพท์เฉพาะทางในโรงพยาบาล: เรียนรู้คำศัพท์ ชื่อหน่วยงาน และอักษรย่อ เพื่อการสื่อสารกับแพทย์และพยาบาลอย่างมืออาชีพ
  3. การใช้น้ำยาทำความสะอาดและอุปกรณ์ในโรงพยาบาล: เรียนรู้เทคโนโลยีและเครื่องมือที่เฉพาะเจาะจง ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและผู้ป่วย
  4. IC (Infection Control) & PPE: การควบคุมการติดเชื้อ และการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน
  5. การกำจัดขยะและวัตถุอันตราย: การแยกประเภทขยะอันตราย ขยะติดเชื้อ และการทำความสะอาดเมื่อเกิดการรั่วไหลของสารคัดหลั่งหรือสารเคมี
  6. CODE รหัสฉุกเฉิน: การปฏิบัติตนเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ไฟไหม้ อุบัติภัย หรือภาวะผู้ป่วยวิกฤต พร้อม Workshop การซ้อมรับมือในพื้นที่เฉพาะ
  7. บทบาทของ Outsource ในระบบ JCI (FMS, SQE, PCI, QPS): เจาะลึกแต่ละบทของ JCI ว่าพนักงานทำความสะอาดมีหน้าที่ต้องทำอะไรให้สอดคล้องกับมาตรฐาน
  8. การประยุกต์ใช้ BSC และจัดทำ KPI: เพื่อนำไปประเมินผลการทำงานของพนักงานทำความสะอาดและใช้รายงานผลต่อคณะกรรมการของโรงพยาบาล
  9. JCI-FMS for Business Development: เป็นหัวข้อพิเศษสำหรับผู้บริหารบริษัททำความสะอาด เพื่อเรียนรู้วิธีการทำ TOR การร่าง Proposal การทำสัญญารับงาน (Contract) และการนำเสนอจุดแข็งของบริษัทเพื่อพิชิตการประมูลงาน (Bidding) ในโรงพยาบาลระดับท็อป

หลังจบหลักสูตร ผู้เข้าอบรมที่ผ่านการทดสอบจะได้รับ “ใบประกาศนียบัตร” (Certificate of Completion) ซึ่งสามารถนำไปเป็นหลักฐานยืนยันความพร้อมของบริษัทท่าน ในการเข้าประมูลงานหรือให้บริการในสถานประกอบการที่ได้รับการรับรอง JCI ได้อย่างภาคภูมิใจ นอกจากนี้ SEA Consulting ยังออกหนังสือรับรองบริษัทของท่าน เพื่อเป็นการการันตีคุณภาพอีกระดับหนึ่งด้วย


ทำไมต้องเลือก SEA Consulting?

SEA Consulting ประกอบไปด้วยทีมงานและวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์ตรงในการบริหารงานโรงพยาบาลและการพัฒนาระบบคุณภาพระดับสากล ไม่ว่าจะเป็น JCI, HA, หรือ ISO เราเข้าใจลึกซึ้งถึง “ความคาดหวังของผู้อำนวยการโรงพยาบาล” (Understanding the client’s needs & expectations) และเข้าใจถึงปัญหาหน้างานจริง (Pain points) ของพนักงานทำความสะอาด

วิทยากรของเราผ่านการวางแผนและปฏิบัติการในระดับบริหารของโรงพยาบาลชั้นนำมาอย่างยาวนาน เราจึงสามารถเชื่อมโยงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารระดับสูง เข้ากับการปฏิบัติงานจริงของพนักงานทำความสะอาด (Housekeeping Service) ได้อย่างลงตัวที่สุด และจะสอนเทคนิคการทำ Business Development ให้บริษัทของท่านชนะใจลูกค้าได้อย่างเด็ดขาด

บทสรุป

ถึงเวลาแล้วที่บริษัททำความสะอาดของคุณจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ เลิกแข่งขันกันที่ “ราคา” แล้วหันมาแข่งขันกันที่ “คุณภาพและมาตรฐานระดับโลก” การลงทุนพัฒนาความรู้ด้าน JCI-FMS ให้กับทีมงาน คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่จะเปิดประตูสู่ลูกค้ากลุ่ม Healthcare ซึ่งมีงบประมาณและกำลังซื้อสูง พร้อมสัญญาระยะยาวที่มั่นคง

อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดมือ! มาร่วมยกระดับพนักงานและธุรกิจของคุณให้ได้มาตรฐานระดับโลกกับหลักสูตร JCI for Outsource จากเรา

สนใจสอบถามรายละเอียดหลักสูตร การฝึกอบรม และจัดทำแผน Business Development เพื่อเข้าประมูลงานโรงพยาบาล
ติดต่อ บริษัท เอส อี เอ คอนซัลติ้ง จำกัด (SEA Consulting)
อีเมล: contact@seaconsulting.asia
เว็บไซต์: www.seaconsulting.asia