Quality Advisor

เอส อี เอ คอนซัลติ้ง จับมือ HealthCare Expert

By  | 

ก้าวสู่ความเป็นผู้นำที่ปรึกษามาตรฐานสากล JCI
10405310_603397233104876_8813086619626237962_n

เอส อี เอ คอนซัลติ้ง บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านระบบคุณภาพ และการพัฒนาบุคลากรเพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจบริการสนับสนุนด้านสุขภาพและการแพทย์ จัดงานลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจระหว่าง เอส อี เอ คอนซัลติ้งและ HealthCare Expert ซึ่งมีประสบการณ์ในการเตรียมการเพื่อการรับรองระบบคุณภาพบริการสุขภาพตามมาตรฐานการรับรองโรงพยาบาลฉบับสากลของ JCI (Joint Commission International) จุดประกายสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่วงการการแพทย์ พร้อมยกระดับคุณภาพโรงพยาบาลในไทยตามมาตรฐานสากลอย่างมืออาชีพ

ดร.ภูษิต เก็จมยูร ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร บริษัท เอส อี เอ คอนซัลติ้ง จำกัด เผยที่มาของการร่วมลงนามเซ็นสัญญาร่วมมือทางธุรกิจครั้งนี้ว่า “บริษัทเอส อี เอ คอนซัลติ้ง จำกัด นั้นเกิดจากการร่วมมือกันระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการกิจกรรมสนับสนุนด้านสุขภาพและการแพทย์ โดยที่ทีมงานเล็งเห็นความต้องการของตลาด ประกอบกับต้องการเห็นการแข่งขันของกลุ่มบริษัทที่เป็น Outsource เป็นไปอย่างสมบูรณ์ และเพื่อให้เกิดความสะดวกในเข้าถึงแหล่งความรู้ แก่บริษัทขนาดเล็ก จนถึงขนาดกลาง โดยจัดให้มีบริการฝึกอบรมในระดับวิชาชีพ และที่ปรึกษาระบบคุณภาพในโรงพยาบาล การพัฒนาคุณภาพบริษัทเหล่านี้ให้มีมาตรฐานสากลเป็นที่ยอมรับ จะส่งผลบวกให้กับบุคลากร หมายรวมถึงผู้ป่วยและญาติด้วย นอกบริการหลักที่กล่าวไปแล้วนั้น เอส อี เอ คอนซัลติ้ง ยังมีบริการให้คำปรึกษาเพื่อการพัฒนาธุรกิจ, การซื้อขายกิจการ และการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ให้บริการในประเทศไทยอย่างทั่วถึง เพราะบุคลากรของเรามีความยืดหยุ่นสูง เต็มเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์จากหลากสาขาความเชี่ยวชาญ

ในอนาคตอันใกล้ทางเราได้เตรียมความพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการของไทยจะก้าวเข้าสู่ AEC ด้วยการไปสำรวจตลาด ซึ่งเรามีสมาชิกในแต่ประเทศแถบนี้ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม จะทำการสำรวจความต้องการในบริการที่เราดูแล หากพบว่ามีความต้องการทางทีมงานก็มีความพร้อมที่จะส่งบุคลากรในทีม เข้าให้บริการแก่ลูกค้าได้อย่างแน่นอน ทั้งนี้ เอส อี เอ คอนซัลติ้ง มีพื้นที่ครอบคลุมประเทศในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยแนวคิด “วางรากฐานคุณภาพจากสากล โดยพัฒนาบุคลากรในท้องถิ่น”

10703823_603397216438211_4969203476616705028_n-2ทางด้าน นพ.สมพร คำผง ประธานบริหาร HealthCare Expert Group (Thailand) กล่าวถึงความร่วมมือกันว่า “HealthCare Expert นั้นเป็นการรวมกลุ่มกันของสหวิชาชีพในการให้บริการคำปรึกษางานสุขภาพด้านคุณภาพมาเกือบ 20 ปีแล้วมาจัดตั้งบริษัทเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อพัฒนาคุณภาพบริการสุขภาพของโรงพยาบาลให้ได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากล JCI (Joint Commission International) ซึ่งช่วยพัฒนาโรงพยาบาลในไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับภูมิภาค และระดับสากล จึงได้มีการเตรียมความพร้อมในทุกด้านอย่างมืออาชีพผ่านภาคีเครือข่ายที่มีประสบการณ์สูงโดยตรง ผลตอบรับที่ผ่านมาถือว่าประสบผลสำเร็จอย่างสูงทั้งในด้านความสำเร็จขององค์กรที่ทาง HealthCare Expert ได้เข้าไปพัฒนา เห็นได้ชัดจากโรงพยาบาลจำนวน 32 แห่ง จาก 37 แห่งที่ได้รับการรับรองผ่านมาตรฐานสากล JCI เพียงครั้งเดียว ถือเป็นกระแสตอบรับที่เป็นตัวชี้วัดแบบจับต้องได้ จึงส่งผลให้วงการที่เกี่ยวข้องในเรื่องคุณภาพให้ความไว้วางใจ HealthCare Expert เป็นผู้นำด้าน JCI ดังนั้นกลุ่มลูกค้าหลักเป็นโรงพยาบาลเอกชน ตามมาด้วยโรงพยาบาลรัฐบาล และในระยะหลังนี้มีในส่วนของสถานพยาบาล เช่น คลีนิค หรือสถานพยาบาลที่รับดูแลผู้สูงอายุ ด้วยงานเน้นพัฒนาคุณภาพเป็นหลัก ทั้งสิ่งแวดล้อม ระบบงานสนับสนุนบริการ อาคารสถานที่ บุคลากรในทีมจึงเปี่ยมไปด้วยประสบการณ์ในแต่ละวิชาชีพโดยเฉพาะ มีทั้งหมอ พยาบาล เภสัชกร วิศวกรซึ่งกระจายกันดูในแต่ละส่วนของงาน

สำหรับการลงนามเซ็นสัญญาความร่วมมือทางธุรกิจกับเอส อี เอ คอนซัลติ้งในครั้งนี้จะเป็นการเพิ่มขีดความสามารถ และศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ ด้วยแต่ละส่วนมีความเชี่ยวชาญที่สามารถส่งเสริมกันได้ ทาง HealthCare Expert จะใช้ศักยภาพของเอส อี เอ คอนซัลติ้งไปดูแลเชิงลึกงานด้านบริการสนับสนุน โรงพยาบาล จะนำมาซึ่งการตื่นตัวเตรียมความพร้อมในเรื่องคุณภาพส่งผลให้มีระบบที่ปลอดภัยเพื่อให้บริการแก่ผู้ป่วยที่ดีขึ้น ความคาดหวังในความสามารถของบุคลากรจะส่งผลให้โรงพยาบาลได้รับการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เป็นความท้าทายที่สำคัญมากๆ เพราะจะทำให้เกิดระบบคุณภาพที่มีความปลอดภัยในการให้บริการอย่างยั่งยืน เมื่อไทยก้าวเข้าสู่ AEC แล้วระบบมาตรฐานสากลอย่าง JCI จะทำให้โรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองไปแล้วนั้น เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก เพราะมีตัวชี้วัดเป็นที่ยอมรับจากสากล อันจะส่งผลให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการแพทย์ในระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง นั่นหมายถึงจะมีเม็ดเงินเข้ามามหาศาลเอื้อระบบเศรษฐกิจของประเทศเป็นการแข่งขันที่ได้เปรียบได้เชิง Medical HUP ส่วนด้านคนป่วยจากหลายประเทศที่เดินทางเข้ามารักษาจะได้รับความปลอดภัยที่มีมาตรฐานรองรับ

ทุกวันนี้ที่เราทำให้โรงพยาบาลได้รับมาตรฐาน JCI ส่งผลให้โรงพยาบาลพัฒนาไปตามระบบที่ต่างประเทศยอมรับก็ภูมิใจแล้ว ปัจจุบันมีระบบมาตรฐานอีกมากมาย เช่น ที่ผ่านมาทางเราได้ทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมาตราฐาน DNV.GL ซึ่งคาดว่าในอีก 10 ปี ข้างหน้า DNV.GL น่าจะเป็นคู่แข่งที่สำคัญกับระบบมาตรฐาน JCI

เป็นที่ยอมรับดีว่า DNV.GL จากยุโรปนั้นมีมาตรฐานสูงกว่าฝั่งอมริกา ประเทศไทยนับว่าโชคดีที่มีแต่ละประเทศอยากเข้ามาทำให้ระบบมาตรฐานดีขึ้น”

Call Now Buttonโทรหาเรา
TH » EN